Welcome Guest Search | Active Topics | Members | Log In

ขบวนรถเดินถอยหลัง กลับไปยังสถานีทางสะดวกต้นตอน Options · View
kikoo
Posted: Friday, March 09, 2012 10:14:12 AM
Rank: สมาชิกใหม่
Groups: Member

Joined: 3/21/2011
Posts: 92
Points: 85
ครฟ.007
Posted: Friday, March 09, 2012 3:39:09 PM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 1,816
Points: 3,232
Location: ทุกที่....ที่มีรถไฟไทย.....
kikoo wrote:



พระเจ้า ห้ามล้อเอาไม่อยู่น่อ.....ทะลุปะแจฝั่งใต้เลยsmile03 การใช้ ว.ในการสื่อสารของ พหล. มีประโยชน์มากเลย แต่ไม่มีเสียงขานรับจาก ปลายทางนั้นเลย...smiley33



(คนบ้ารถไฟ) ชีวิตเราได้มาขนาดนี้...การรถไฟแห่งประเทศไทยให้มาเกือบครึ่ง..ต่อไปคือการแทนคุณ...


DEADMAN
Posted: Friday, March 09, 2012 5:57:44 PM


Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 878
Points: 2,469
ผมดู ก็คิดว่า บางช่วงห้ามล้อเอาอยู่ แต่พอจะจอดที่ผาคัน ดันไหลเลยประแจไปซะไกล เสียวจริงๆครับsmile06

อย่างนี้เกี่ยวกับระบบลมห้ามล้อด้วยไหมครับ นอกจากการสื่อสารทาง ว.smiley33

if you care enough for the living make a better place for you & for me
ครฟ.007
Posted: Thursday, March 22, 2012 12:32:38 PM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 1,816
Points: 3,232
Location: ทุกที่....ที่มีรถไฟไทย.....
semot_128 เรียนถามท่าน Assistant กรณี 13 ถอยหลัง สมมุติว่าถ้าเคราะห์หาม ยามร้าย เกิดไปชนกับรถบริเวณทางตัด และมีการเสียชีวิต

1. ครฟ.ที่เกี่ยวข้องจากคลิ๊ป ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนในเบื้องต้น คือ พหล. กับ พขร. จะมีการจัดลำดับความรับผิดชอบกันอย่างไร

2. การสื่อสารซึ่งใช้วิทยุสื่อสารระหว่างกัน มันใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในชั้นพิจารณาคดีได้หรือมั๊ย

3. การถอยหลังดังกล่าว มีหลักปฏิบัติใดที่ถูกต้องและชัดเจนบ้างครับ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์ และผู้เกี่ยวข้องไม่ต้องเป็นกังวลกับการปฏิบัติ หรือต้องรับผิดชอบถ้าเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ

แต่จากคลิ๊ป ส่วนตัวมองแล้ว ไม่มีความปลอดภัยมากๆ เลย ไหนจะทางโค้ง มีหญ้าสูงบริเวณทางตัด และระยะห้ามล้อที่ควบคุมค่อนข้างยากถ้าความเร็วการถอยไม่ได้ตามที่กำหนด รวมถึงการสื่อสารที่ค่อนข้างจะเป็นทางเดียวเสียส่วนใหญ่ คลิ๊ปนี้....เป็นกรณีศึกษาของทีม KM ชก. ได้นะครับ


(คนบ้ารถไฟ) ชีวิตเราได้มาขนาดนี้...การรถไฟแห่งประเทศไทยให้มาเกือบครึ่ง..ต่อไปคือการแทนคุณ...


assistant
Posted: Thursday, March 22, 2012 11:11:27 PM

Rank: ขาประจำ
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 119
Points: 53
ขอบคุณท่าน ครฟ.007 ที่ห่วงใยและเสนอแนะสิ่งที่ดีและมีประโยชน์เสมอมา

ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเล็กน้อยดังนี้ครับ

ตามคลิป ข.13 ถอยหลังที่ ผาคัน ภาพชัดเจน ดูแล้วทำให้คิดถึงความลำบากตรากตรำของ พ.รถจักร ที่ชั่วโมงทำการต้องมากขึ้น

ยิ่งในปัจจุบัน สภาพรถจักรเป็นอย่างไรคงพอทราบกันบ้าง

ประเด็นตามคลิป ข.13 ผมขอตั้งจุดสังเกตอย่างนี้



1. การถอยขบวนรถนี้พนักงานรักษารถหรือพนักงานห้ามล้อคนใดคนหนึ่งต้องอยู่ที่รถคันหน้าสุด ซึ่งอาจอยู่ได้เพื่อดูทางข้างหน้า
และต้องแสดงสัญญาณแก่พนักงานขับรถ ๆ ต้องปฏิบัติตามสัญญาณนั้นโดยเคร่งครัด


ปัญหา รถในทางตอนภูเขา ลาดขึ้นลงมีโค้งมากมาย มองเห็นสัญญาณ หรือโอกาสที่จะเห็นรถคันหน้าสุดที่ให้สัญญาณลำบากและยากที่จะมองเห็น ตามคลิปใช้ วิทยุสื่อสาร แทนการให้สัญญาณ อาจจะสะดวกอย่างหนึ่งก็ได้

ส่วนหวีดที่เป่า น่่าจะเป็นการส่งเสียงให้สิ่งแวดล้อม หรือบุคคล หรือยานพาหนะ สิ่งมีชีวิตอื่นๆได้ยินขณะที่ทำการถอย


2. เมื่อถึงหลักเขตสถานีหรือสัญญาณเข้า เขตนอกหรือสัญญาณเข้าเขตใน ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณเข้าเขตนอก
ของสถานีทางสะดวกต้นตอน ขบวนรถต้องหยุดจนกว่าจะได้รับ สัญญาณจากนายสถานีทางสะดวกอนุญาตให้เดินเข้าไปได้


ปัญหา ขบวนรถดังกล่าว ถอยขบวนรถเข้าสู่สถานีเลย อาจจะมีเหตุผลบางประการ ที่ต้องกระทำในตอนนั้นๆหรือเพราะเหตุผลอื่นๆ


... สมมุติว่า(ย้ำสมมุตินะครับ) ขณะที่กำลังถอยนั้น เกิดเหตุดังที่ท่าน ครฟ.007 เป็นห่วง เช่นทับคน หรือชนยานพาหนะบริเวณทางตัดผ่านหรือทางลักผ่าน

และมีผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ หรือ อาจมีเหตุต่างๆเกิดขึ้น


พขร. พหล.หรือ พรร.อาจจะมีปัญหาบ้างเวลาต้องเขียนรายงานหรือให้การแก่คณะกรรมการสอบสวนฯ

ผมคงไม่ก้าวล่วงไปถึงข้อกฎหมายก็แล้วกันครับ แต่อยากให้เห็นสำนวนวินิจฉัยของคณะกรรมการเหตุอันตรายฯ เกี่ยวกับ วิทยุสื่อสารที่ใช้กันดังนี้

... วิทยุสื่อสารในเหตุนี้อาจจะไม่ตรงประเด็นกับการถอยขบวนรถที่เรากล่าวถึงแต่พอที่จะนำมาเปรียบเทียบหรือเทียบเคียงกันได้ครับได้...


....ในการทำสับเปลี่ยนได้ใช้เครื่องมือสื่อสาร(วิทยุ) ติดต่อแทนการให้สัญญาณมือในการทำสับเปลี่ยนเพียงอย่างเดียว

โดยมิได้ใช้สัญญาณมือในการทำสับเปลี่ยน ไม่ตรงเจตนารมย์ที่กำหนดไว้ใน ขดร. ที่ต้องการให้ พขร.และ พ.สับเปลี่ยน

ซึ่งมีหน้าที่ในการทำสับเปลี่ยนทราบ และหยุดการทำสับเปลี่ยน อนึงเครื่องมือสื่อสาร(วิทยุ)ที่ทางการกำหนดให้มีใช้ได้

ก็เพียงเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อประสานงานและเพื่อความปลอดภัย
ดังนั้นการที่อ้างว่ามีเครื่องมือสื่อสาร

ในการทำสับเปลี่ยนแล้วไม่ต้องให้สัญญาณมือ ตาม ขดร.ข้อ 2และ 6 จึงไม่ถูกต้อง เท่ากับไม่ปฏิบัติตาม ขดร.

มีความผิดตาม ฯลฯ


.. ผมเคารพในการตัดสินใจของ พขร.ในขณะนั้น การตัดสินใจทำอะไรลงไปก็เพื่อประโยชน์ของการรถไฟฯ โดยแท้จริง

แต่หากมีเหตุ เราอาจจะมีปัญหาบ้าง หากเหตุเล็กๆไม่เท่าไหร่ แต่หากเหตุใหญ่ๆ ก็น่าคิด..ท้ายนี้คงอยากให้หลายๆท่านได้แสดงความคิดเห็นกันดูครับ

แล้วจะมาขยายความในโอกาสต่อไปครับ



smile04 smile1


rsr38
Posted: Friday, March 23, 2012 6:11:24 AM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 616
Points: -7,779
การปฏิบัติงานในภาคสนามนั้นนับว่าเป็นเรื่องยากยิ่ง เราเอางานทฤษฎีในกระดาษมากำหนดมันก็เป็นเพียงตุ๊กตาให้เขาเดิน บางทีเขาก็เดินตรง บางทีก็เดินไม่ตรง เป็นข้อจำกัดของผู้ปฏิบัติงานที่อยู่หน้างาน ในกรณีนี้ผมเคยคุยกับ ช.ตุ้ยรอบนอกมาบ้างเล็กน้อยแต่ไม่ลงความเห็นอะไรมากนัก ประการแรกการให้สัญญานกรณีขบวนถอยหลังในทางโค้ง พรร.ต้องจัดให้พนักงานมาส่งสัญญานมือหลายช่วงในขบวนรถถ้าปฏิบัติตาม ขดร.คงไม่สดวกแน่นอน การใช้สัณญาณวิทยุจะคล่องตัวเป็นที่สุด การเป่านกหวีดคงจะเป็นการส่งสัญญานเตือนสิ่งกีดขวางหรือยานพาหนะที่จะล้ำขึ้นมาทางรถไฟฯให้ทราบนับว่าเป็นความรอบคอบของ พรร. แต่ถ้ามีเหตุร้ายแรงหรือทับคนตาย พขร.ก็คงต้องเขียนรายงานให้สอดคล้องกับการปฏิบัติตาม ขดร.มิฉนั้นคงมีปัญหาตามมาภายหลังแน่นอน กรณีที่ไม่หยุดขบวนรถนอกเขตอาจจะเป็นข้อจำกัดอย่างใดอย่างหนึ่งในการปฏิบัติงาน คงไม่ขอลงความเห็นครับ
ครฟ.007
Posted: Friday, March 23, 2012 12:22:41 PM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 1,816
Points: 3,232
Location: ทุกที่....ที่มีรถไฟไทย.....
assistant wrote:

.. ผมเคารพในการตัดสินใจของ พขร.ในขณะนั้น การตัดสินใจทำอะไรลงไปก็เพื่อประโยชน์ของการรถไฟฯ โดยแท้จริง


ประเด็นนี้น่าสนใจมากๆ ครับ...การตัดสินใจของพนักงานที่จะปฏิบัติงานนั้นๆ ลงไป และทำเพื่อประโยชน์ขององค์กร อะไรคือข้อมูลพื้นฐานที่ถูกต้อง การปฏิบัติอย่างไรที่เรียกว่ามาตรฐานเดียวกัน อะไรคือหลักทฤษฏีที่นำมาประกอบในการตัดสินใจ การใช้ประสบการณ์ที่ถูกต้อง ชัดเจน รัดกุม

ปัญหาทุกวันนี้ คือ พนักงานของเรามีความหลากหลายในเรื่องของทัศนคติ และความเชื่อ สาเหตุมากจากปัจจัยพื้นฐานที่แตกต่างกัน เช่น อายุที่แตกต่างกัน ระดับความรู้ที่แตกต่างกัน สังคมที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมูลเหตุพวกนี้จะนำไปสู่การตัดสินใจ และสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ ทั้งที่พึงประสงค์ และไม่พึงประสงค์

ส่วนตัวเชื่อว่าท่าน assistant เข้าใจนะครับว่าการจะทำให้พนักงานทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด หรือคาดหวังนั้น การพัฒนาทั้ง 2 ด้านนั้นต้องควบคู่กันไป วันนี้สิ่งที่กลุ่มพวกท่านกำลังทำอยุ่ คือการทำให้พนักงานส่วนหนึ่งเข้าถึงมาตรฐานเดียวกัน คือการอบรมแบบ On the Job Training แต่ในอีกด้านที่เป็น Soft Skills เพื่อเพิ่มสมรรถนะของพนักงานตรงนี้ยังเป็นข้อจำกัดของชาว ชก.เราอยู่ และถ้าเราทำได้ทั้ง 2 ส่วนไปพร้อมๆ กันได้ มันจะตอบโจทย์ข้างต้นได้ทันที แล้ววันนั้นเราถึงจะเชื่อได้ว่า "ผลประโยชน์ของ รฟท." อยู่บนพื้นฐานการตัดสินที่ถูกต้องตามมาตรฐานตลอดไป


(คนบ้ารถไฟ) ชีวิตเราได้มาขนาดนี้...การรถไฟแห่งประเทศไทยให้มาเกือบครึ่ง..ต่อไปคือการแทนคุณ...


DEADMAN
Posted: Friday, March 23, 2012 12:28:43 PM


Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 878
Points: 2,469
แวะเข้ามาอ่าน

ประเด็นน่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ

if you care enough for the living make a better place for you & for me
assistant
Posted: Saturday, March 24, 2012 8:52:52 PM

Rank: ขาประจำ
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 119
Points: 53
ครฟ.007 wrote:
assistant wrote:

.. ผมเคารพในการตัดสินใจของ พขร.ในขณะนั้น การตัดสินใจทำอะไรลงไปก็เพื่อประโยชน์ของการรถไฟฯ โดยแท้จริง



.... แต่ในอีกด้านที่เป็น Soft Skills เพื่อเพิ่มสมรรถนะของพนักงานตรงนี้ยังเป็นข้อจำกัดของชาว ชก.เราอยู่ และถ้าเราทำได้ทั้ง 2 ส่วนไปพร้อมๆ กันได้ มันจะตอบโจทย์ข้างต้นได้ทันที แล้ววันนั้นเราถึงจะเชื่อได้ว่า "ผลประโยชน์ของ รฟท." อยู่บนพื้นฐานการตัดสินที่ถูกต้องตามมาตรฐานตลอดไป



ท่าน ครฟ.007 ครับ .. สมรรถนะ ควรที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ การคัดเลือก คัดสรร หรืออย่างใดๆที่สามารถทำให้ได้บุคคลากรที่มีคุณภาพ นำไปใช้และเป็นต้นแบบได้ มิใช่ประเภท... จากนั้นการติดตาม ประเมินคุณภาพ สร้างประสิทธิภาพ จัดระดับบุคคล ซึ่งควรมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังที่ท่านเคยแนะนำไว้ ..ผมชอบนะ

สำหรับ ท่านพี่ rsr38 ผมว่า มีหลายเรื่องเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ที่เราปฏิบัติตามความเคยฃินนะครับ ไม่มีเหตุไม่เป็นไร หากมีเหตุเหนื่อยครับ .. น่าจะมีสักครั้งเชิญผู้เชี่ยวชาญต่างๆ มาแสดงความคิดเห็นกันสักครั้ง จากนั้นก็สังคายนา ยกเครื่องกันใหม่สักที โดยเฉพาะตัวท่านพี่นั้นมีพื้นฐานความรู้ที่แน่นอยู่แล้ว เราควรทำท่านพี่ว่าดีไหมครับ

สำหรับการถอยขบวนรถเมื่อติดทางลาดชันนั้น ผมไม่ค่อยมีคำสั่งตรงนี้นัก .. แต่ที่พอจำได้ว่า หากติดเกินกว่า 15 นาทีควรแจ้ง พรร.เพื่อ พรร.จะได้แจ้ง ผคร.เพื่อหาความช่วยเหลือต่อไป ไม่ควรฝืนขึ้นทางลาดชัน จนเกิดความล่าช้ามากขึ้น เนื่องจากขบวนรถอื่นที่ต้องรอหลีกหรือต้องรอทาง

การจะถอย หรือเดินหน้าต่อไป ก็ต้องให้ ผคร.สั่งการ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ พขร. ที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้ จำได้แค่นี้แหละครับ

ส่วนวิธีการถอย ลงจากทางลาดชัน ที่ถูกต้องและปลอดภัย ยังไม่เห็นชัดเจนเสียที นอกเสียจาก เอา 308 มาใช้ แต่จะใช้ได้มากแค่ไหนก็แล้วแต่ผู้ปฏิบัติ .. พนักงานรถจักรน่าเห็นใจที่สุดครับ ทั้งเหนื่อยล้า และเสี่ยง ยิ่งถอยนาน ยิ่งถอยไกล อันตรายไม่ใช่เล่นครับ


smile03 smiley44
bangkok_drc
Posted: Sunday, March 25, 2012 12:13:03 PM

Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 691
Points: -955
ผมเชื่อว่า พนักงานรถจักรและผู้ที่เคยเป็นพนักงานรถจักรทุกคนเข้าใจสถานการณ์ ขอให้ลองหลับตา แล้วนึกถึงว่าขณะนี้ท่านกำลังทำขบวนติดเขากลางตอน ท่านจะตัดสินใจทำเช่นไร ท่านจะจอดรอจนกว่ารถจะไหลตกเขาตายกันทั้งขบวนsmiley38 หรือท่านจะถอยกลับในขณะที่ยังพอจะควบคุมได้ ดูจากคลิป ก็ไม่น่าจะเป็นอันตรายมากนัก ผมว่า พขร.ทำดีแล้ว ท่านครฟ.007 อาจจะไม่รู้ขั้นตอนการปฏิบัติของพนักงานรถจักรมากนัก ร่ายไปก็ยาว ผมเชื่อว่าคนถ่ายคลิปก็พอใจในการตัดสินใจของพขร.ดีกว่าจอดรอ กว่าจะมีใครมาช่วย ก็จะไหลตกเขาไปแล้วก็ได้semot_128 (จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะเอาอะไรมาจีมล้อได้อยู่)
ครฟ.007 wrote:
ส่วนตัวเชื่อว่าท่าน assistant เข้าใจนะครับว่าการจะทำให้พนักงานทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด หรือคาดหวังนั้น การพัฒนาทั้ง 2 ด้านนั้นต้องควบคู่กันไป วันนี้สิ่งที่กลุ่มพวกท่านกำลังทำอยุ่ คือการทำให้พนักงานส่วนหนึ่งเข้าถึงมาตรฐานเดียวกัน คือการอบรมแบบ On the Job Training แต่ในอีกด้านที่เป็น Soft Skills เพื่อเพิ่มสมรรถนะของพนักงานตรงนี้ยังเป็นข้อจำกัดของชาว ชก.เราอยู่ และถ้าเราทำได้ทั้ง 2 ส่วนไปพร้อมๆ กันได้ มันจะตอบโจทย์ข้างต้นได้ทันที แล้ววันนั้นเราถึงจะเชื่อได้ว่า "ผลประโยชน์ของ รฟท." อยู่บนพื้นฐานการตัดสินที่ถูกต้องตามมาตรฐานตลอดไป

ท่านประเมินค่าชาวชก.(สายปฏิบัติการ)ต่ำไปหรือไม่ แน่นอน การอบรมหรือเพิ่มทักษะต้องมีการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่เพราะสมรรถนะต่ำ หรือปฏิบัติไม่ได้มารตฐาน เป้าหมาย คือเพิ่มประสิทธิภาพ ไม่ใช่ เติมเพราะเห็นว่าต่ำกว่าพิกัด
rsr38
Posted: Sunday, March 25, 2012 7:49:15 PM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 616
Points: -7,779
เห็นด้วยกับ ช.วัลลภนะครับ เราควรมาสังคายนาระเบียบและวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง เพราะระเบียบและวิธีปฏิบัติไม่สอดคล้องกัน ผู้ที่ในภาคสนามก็ตกอยู่ในสภาวะที่ต้องเลือกปฏิบัติทางใดทางหนึ่ง คงเป็นไปตามที่ ช.โกวิท กล่าวมาด้วยครับ เหตุที่เกิดในทางลาดชันแบบนี้พนักงานรถจักรจะต้องเลือกปฏิบัติวิธีใดวิธีหนึ่งแน่นอน เพราะจอดอยู่เฉยๆ ลมบังคับการหมด ขบวนรถไหลลงมาจะเป็นอันตรายมากขึ้น ตอนนี้ัก็ใช้วิธีเทียบเคียงกับระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่ถ้ามีเหตุจริงๆ ก็น่าเห็นใจไม่น้อย ใครที่ผ่านงานด้านการเป็นพนักงานรถจักรมาก่อนจะเข้าใจการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีครับ
assistant
Posted: Monday, March 26, 2012 10:54:20 AM

Rank: ขาประจำ
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 119
Points: 53
bangkok_drc wrote:
...ท่านจะจอดรอจนกว่ารถจะไหลตกเขาตายกันทั้งขบวนsmiley38 หรือท่านจะถอยกลับในขณะที่ยังพอจะควบคุมได้ ดีกว่าจอดรอ ....กว่าจะมีใครมาช่วย ก็จะไหลตกเขาไปแล้วก็ได้semot_128 (จะมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะเอาอะไรมาจีมล้อได้อยู่)



<img src=4"> ขออนุญาตคัดใจความของท่านbangkok_drcมาสักเล็กน้อย เนื่องจากเห็นว่ามีประโยชน์แก่พนักงานรถจักร

จากถอยขบวนรถ หรือเดินหน้ากันแน่ที่ชำรุดในตอน เริ่มแตกประเด็นออกมา เป็นถอยขบวนรถติดทางลาดชัน จนมาสู่สื่งที่อาจจะเกิดขึ้นนั้นคือ เครื่องยนต์ดับ และลมอ้ดที่ใช้บังคับการห้ามล้อจะหมด รถอาจเลื่อนไหล ลงจากทางภูเขาจีมล้อใช้ได้แค่ไหน

นี่แหละครับจากคำถามเดียว สามารถที่จะแตกออกไปได้หลายกรณี ซึ่งแต่ละกรณีมีประโยชน์อย่างยิ่ง ที่เราควรจะมาวิเคราะห์ให้เข้าใจในทางเดียวกัน

ตรงนี้ไม่ค่อยจะมีการสอน การอบรม มากนักอาจจะเป็นเพราะว่า ไม่มีในคู่มือหรือตำรา หรือเกรงว่าหากถ่ายทอดหรือสอนไปแล้ว อาจจะผิดพลาดได้ ถึงเวลานี้เราต้องกล้า ที่จะนำสิ่งที่ถูกมากกว่าผิด มาถ่ายทอดให้กันฟัง

เวลาที่เกิดเหตุขึ้น ผมเชื่อว่าต้องมีผู้รับผิดชอบ ไม่ว่า จะเป็นบุคคล อุปกรณ์ สัตว์มีชีวิต สิ่งกีดขวาง ธรรมชาติฯ

จากประเด็นหัวข้อแรกที่ผมตั้งขึ้นเรายังไม่ได้หาทางสรุปกัน แต่ผ่านไปก่อนได้ ผมสนใจตรงนี้ขึ้นมาทันที ตรงที่ ท่าน bangkok_drc ปุจฉา และวิสัจนา มา เกี่ยวกับ รถจักรเครื่องยนต์ดับ ในทางลาดชัน(ภูเขา)

ผมอยากได้ข้อคิดเห็นนะครับแต่อย่าลืมว่าต้องอิงคำสั่ง ข้อบังคับบ้าง สักเล็กน้อยก็ยังดี ผมเชื่อว่าหลายๆท่าน คงให้ข้อคิดเห็นได้

ท้ายนี้ ความไม่เข้าใจอะไรกัน ควรที่จะหาทางออกหรือยุติเถิดครับ กรณีท่าน ครฟ.007 ผมยอมรับส่วนหนึ่งว่าท่าน มีความปรารถนาดีต่อ ชก.เรา และท่านรักรถไฟฯ ไม่น้อยไปกว่าพวกเรา ท่านแสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ และแนะนำมาตลอด ผมไมอยากให้กระดานข่าวเงียบครับ ผมมาทีหลัง แต่เห็นว่า กระดานข่าวเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ หลายหัวข้อได้นำไปใช้ แก้ไข ปรับปรุง และเป็นจุดแลกเปลียนความรู้ ความเข้าใจต่อกัน ผมคิดอย่างนี้ครับ ...


smile04 smile3 smiley16.gif
DEADMAN
Posted: Monday, March 26, 2012 11:27:23 AM


Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 878
Points: 2,469
ผมคิดว่า ความคิดหลากหลาย แบ่งปันความคิดเห็นกัน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี มิใช่การจับผิด หรือโยนความผิดให้ใคร

สิ่งไหนบกพร่อง สิ่งไหนควรปรับปรุงแก้ไข สิ่งไหนวิเคราะห์แล้วสามารถหาทางออกได้แล้วนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลดีต่อ รฟท. ที่เรารัก ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ
semot_179 semot_179

if you care enough for the living make a better place for you & for me
bangkok_drc
Posted: Monday, March 26, 2012 12:55:21 PM

Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 691
Points: -955
smiley35 ขออภัยครับ ขออนุญาติเข้ารางหลีกก่อนครับรถจักรชำรุด ขอติดต่อocc,พรร.,นสน.,ควบคุม,ช.7แจ้งเหตุขอคำแนะนำและการสั่งการก่อนครับ คาดว่าคงต้องขอเปลี่ยนรถจักรทำการครับ ขืนไปก็ติดเขาตายกลางตอนแน่นอนครับช.ไม่ต้องขอร้องให้ผมฝืนเสี่ยงนะออกไปก็ตาย ถอยกลับก็อันตราย เชิญท่านอื่นแสดงความเห็นก่อน ขอจอดนิ่งๆรอรถจักรช่วยอยู่ตรงนี้สักหนึ่งคืนก่อนครับsemot_128
nong
Posted: Monday, March 26, 2012 2:58:24 PM


Rank: vip
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 82
Points: -1,179
Location: lp
ขอแสดงความคิดเห็นจากคลิป ตามความเข้าใจที่เห็นท้ายขบวนเลยประแจด้านใต้ พขร. อาจจะเพื่อความรวดเร็วในการแจ้งข้าวสารหรือว่าส่งห่วงคืนทางสะดวก ต้องให้รถจักรหยุดใกล้สถานีเพราะอาคารสถานีผาค้นอยู่ใกล้ประแจด้านใต้ทำให้ท้ายเลยประแจออกไป ส่วนเรื่องการถอยหลังไปสถานีผาคัน เป็นปกติของขบวนรถที่ติดทางลาดชันซึ่งรถสินค้าถอยหลังเป็นประจำ ซึ่งจะใช้ความเร็วไม่เกิน 20 กม/ชม แต่ที่ไม่เห็นหยุดนอกเสาเพราะเห็นเสาสัญญาณยกในท่าทางหลีกซึ่งการจะเข้าสถานีได้ต้องรับอนุญาตจากสถาีนีเท่านั้น ขณะนี้สิ่งที่พนักงานรถจักรต้องการมากที่สุดคืนระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ จากการสอบถามผู้เกี่ยวข้องได้ความว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ในบริเวณนี้เป็นเขตป่าสงวนไม่สามารถ ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือได้ หากการรถไฟได้อนุญาตให้เอกชนสามารถตั้งเสาสัญญาณมือถือในเขตการรถไฟได้ จะมีประโยชน์มากและสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้รวดเร็ว
ส่วนเรื่องการเดินหน้าหรือถอยหลังกรณีที่รถจักรชำรุดแล้วรถช่วยต่อท้ายขบวน สิ่งเหล่านี้ต้องหาความตอบให้ได้ ทุกวันนี้ใช้แต่ดุลยพินิจ พขร. ซึ่งผิดถูกเมื่อมีเหตุการณ์ทุกครั้งแต่ไม่เคยป้องกันเหตุสักครั้ง เรื่องระบบห้ามล้อตอนนี้ทางเขากลัวรถดีเซลมากที่สุดเพราะลม MR เป็นตัวหลักแต่เพราะระบบใช้นานทำให้อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ระบบห้ามล้อมือใช้ได้หรือไม่ ไม่มีใครทดลอง จนกว่าจะมีเหตุแล้วค่อยมาป้องกัน
ช.ตุ้ยครับ เรื่องทางตัดลักผ่านตอนนี้ช่วงห้วยไร่ - เด่นชัย จากทางมอไชค์เป็นทางรถยนต์แล้วครับผู้เกี่ยวข้องใส่ใจแค่ไหน
ขอบคุณครับ
assistant
Posted: Monday, March 26, 2012 4:28:15 PM

Rank: ขาประจำ
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 119
Points: 53
จาก bangkok_drc ..... เชิญท่านอื่นแสดงความเห็นก่อน ขอจอดนิ่งๆรอรถจักรช่วยอยู่ตรงนี้สักหนึ่งคืนก่อนครับ

... พรุ่งนี้มาตอบนะครับ รอความคิดเห็นจากท่านเสมอ ชอบนะ แบบแรง ดุดัน ตรงๆ จากใจ แบบนี้ชอบๆๆๆๆๆ

smile01 smile04



[คัดจาก nong]

.... แต่ที่ไม่เห็นหยุดนอกเสาเพราะเห็นเสาสัญญาณยกในท่าทางหลีกซึ่งการจะเข้าสถานีได้ต้องรับอนุญาตจากสถานีเท่านั้น

... แสดงว่าการขอและได้รับทางสะดวกจากสถานีทางสะดวกปลายตอนคือสถานีปางป๋วย ก็จะต้องถูกยกเลิก เป็นอันใช้ไม่ได้ เพราะขบวนรถไปไม่ถึง ต้องถอยกลับสถานีผาคัน ต้องขอทางกันใหม่ เผอิญผมไม่มีประสบการณ์ตรงนี้มากนัก

การอนุญาตให้ขบวนรถถอยเข้าสู่สถานีในทางหลีกสถานีผาคัน โดยการยกเสาสัญญาณเข้าเขตใน แสดงท่าทางหลีก จึงทำให้ขบวนรถไม่ต้องหยุดก่อน หากเป็นเช่นนี้ก็น่าจะว่าถูกต้องและปลอดภัยในการปฏิบัติในขณะนั้น

แต่... การที่สถานียกเสาสัญญาณแสดงท่าอนุญาตให้ขบวนรถที่ถอยมาเข้าสู่สถานีได้นั้นผมว่ายังแปลกๆอยู่เหมือนกับว่า... แต่ยังนึกไม่ออก หากมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับตรงนี้ ช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วย จะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป


smiley33 smiley39


..... เรื่องทางตัดลักผ่านตอนนี้ช่วงห้วยไร่ - เด่นชัย จากทางมอไชค์เป็นทางรถยนต์แล้วครับผู้เกี่ยวข้องใส่ใจแค่ไหน

.. โทรประสานงานด้วยความอนุเคราะห์ของท่าน สารวัตร ทราบว่า คงต้องออกหนังสือเชิญชาวบ้านหรือผู้นำในท้องที่ พร้อมทั้ง สบท.ดช.สื่อสาร โยธา เดินรถ ตัวแทน พ.รถจักร ทั้ง ลป.และ อด. เข้าร่วมประชุม หารือทางลักผ่านตรงนี้ซึ่งนับวันยิ่งอันตราย ไม่นานครับ รอหน่อยนะ


smiley19 semot_187
ครฟ.007
Posted: Tuesday, March 27, 2012 10:41:36 AM


Rank: Advanced Member
Groups: exclusive member

Joined: 10/27/2009
Posts: 1,816
Points: 3,232
Location: ทุกที่....ที่มีรถไฟไทย.....
assistant wrote:

ท้ายนี้ ความไม่เข้าใจอะไรกัน ควรที่จะหาทางออกหรือยุติเถิดครับ กรณีท่าน ครฟ.007 ผมยอมรับส่วนหนึ่งว่าท่าน มีความปรารถนาดีต่อ ชก.เรา และท่านรักรถไฟฯ ไม่น้อยไปกว่าพวกเรา ท่านแสดงความคิดเห็นในทางสร้างสรรค์ และแนะนำมาตลอด ผมไมอยากให้กระดานข่าวเงียบครับ ผมมาทีหลัง แต่เห็นว่า กระดานข่าวเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ หลายหัวข้อได้นำไปใช้ แก้ไข ปรับปรุง และเป็นจุดแลกเปลียนความรู้ ความเข้าใจต่อกัน ผมคิดอย่างนี้ครับ ...



ขอบคุณท่าน assistant ครับ เรื่องแบบนี้อยู่ที่มุมมอง และการตีความของคนอ่าน และเมื่อใส่ทัศนคติเชิง +/- เข้าไปด้วย ก็จะสะท้อนออกมาเป็นความคิดและการกระทำ เป็นเรื่องปกติครับ

ผมขออนุญาติชี้แจงสั้นๆ...คำว่าข้อจำกัด ไม่ได้หมายถึงว่าสมรรถนะต่ำเสมอไป (และไม่เคยประมาณค่า ครฟ.ชก.ต่ำอย่างที่สมาชิกบางท่านเข้าใจ) การเพิ่มสมรรถนะ หรือประสิทธิภาพของบุคคล สามารถทำได้ทุกระดับ เราต้องมองให้ออกว่าการเพิ่มหรือการยกขีดความสามารถของพนักงานสามารถทำได้ตลอดเวลา และทุกๆ ด้าน เราต้องเข้าใจว่ามนุษย์สามารถพัฒนา และต่อยอดทางความคิด และความรู้ได้เสมอ....และผมเชื่อว่าวันนี้สิ่งที่ ชก.กำลังทำนั้น มาถูกทางแล้วครับ ทุกคนต้องช่วยกันขับเคลื่อน และอย่ามองว่าเป็นเรื่องไกลตัว ที่ผ่านมาเราสูญเสียความสามารถ และฐานความรู้ต่างๆ จากตัวพนักงานที่จะนำมาพัฒนาองค์กรของเราไปมากพอสมควร เพราะสิ่งๆ เดียว นั้นก็คือ "ทัศนคติเชิงบวก" นั้นเอง


(คนบ้ารถไฟ) ชีวิตเราได้มาขนาดนี้...การรถไฟแห่งประเทศไทยให้มาเกือบครึ่ง..ต่อไปคือการแทนคุณ...


bangkok_drc
Posted: Wednesday, March 28, 2012 12:40:33 PM

Rank: Advanced Member
Groups: Member

Joined: 10/27/2009
Posts: 691
Points: -955
เป็นเรื่องของทัศนคติที่แตกต่าง คนละขั้ว(+/-) คนละมุม(แดง/น้ำเงิน) (คนละสีเสื้อหรือเปล่าไม่รู้)
.
.
.
ขณะนี้ยังรอรถจักรช่วยอยู่ ดูลิ้งนี้ไปก่อน ขณะรอ
http://portal.rotfaithai.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1312
ขอบคุณเว็บ รถไฟไทยดอทคอม
Users browsing this topic
Guest


Forum Jump
You cannot post new topics in this forum.
You cannot reply to topics in this forum.
You cannot delete your posts in this forum.
You cannot edit your posts in this forum.
You cannot create polls in this forum.
You cannot vote in polls in this forum.

Main Forum RSS : RSS

YAFPro Theme Created by Jaben Cargman (Tiny Gecko)
Powered by Yet Another Forum.net version 1.9.1.8 (NET v2.0) - 3/29/2008
Copyright © 2003-2008 Yet Another Forum.net. All rights reserved.
This page was generated in 2.469 seconds.