หน้าแรกKM
ฝ่ายการช่างกล
แหล่งเก็บความรู้ในองค์กร
กระดานข่าวKM
คณะทำงานKM
ติดต่อสอบถา
Knowledge Management           Knowledge   Management         Knowledge    Management

 

 Air Dryer Of  GEA  Locomotive

                                                                                                                 อดิศร  สิงหกาญจน์

                                                                                                                เชิดสกุล    บัวขาว

                                            

Air Dryer
(เครื่องทำอากาศแห้ง)
พื้นฐานของเครื่องทำความสะอาดแห้งของลมอัด
ลมอัดที่ใช้ในระบบห้ามล้อของรถจักรดีเซล มีเครื่องกำเนิดคือCompressor ซึ่งสร้างลมอัดไปใช้การในระบบห้ามล้อรถไฟและ สิ่งอำนวยความสะดวก ต่างๆเช่น เครื่องปัดน้ำฝน แตรและในระบบไฟฟ้าต่างๆเช่น solenoid valve ซึ่งในหลักการแล้วลมอัดที่นำไปใช้การต้องมีความสะอาด  ปัญหาต่างๆในระบบPneumatic ที่เกิดขึ้น กว่า 90% เกิดขึ้นจากคุณภาพของลมอัดที่ไม่สะอาดเพียงพอ   อากาศที่ใช้ผลิตลมอัดโดยมากมักมีสิ่งสกปรกต่างๆเจือปน นอกจากสิ่งสกปรกนี้แล้วยังมี น้ำเจือปนไปอีกด้วย สาเหตุของสิ่งสกปรกเหล่านี้เกิดขึ้นจาก
                1.การแทรกซึมของสิ่งสกปรกจากภายนอกของระบบได้แก่สารประกอบประเภทเกลือ ก๊าซอันตราย  เขม่า  ฝุ่นผงต่างๆ
                2.การแทรกซึมจากสิ่งสกปรกจากการทำงานในขณะที่รถจักรดีเซลวิ่งทำขบวน
                3.สิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นภายในระบบ ได้แก่น้ำมันหล่อลื่น ความชื้น สารเกิดจากการกลายเป็นอ๊อกไซด์ของน้ำมันหล่อลื่น เศษซีลที่เกิดจากการสึกหรอ และเศษกะเทาะภายในท่อรวมถึงเศษโลหะจากการเสียดสี
               จะเห็นได้ว่าก่อนที่เราจะนำลมอัดไปใช้การในระบบห้ามล้อ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในรถจักรจึงต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของลมอัด เพื่อให้ลมอัดที่ได้มีความสะอาดเพียงพอ  และเพื่อเป็นการช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบห้ามล้อ และอุปกรณ์ส่วนควบที่ต้องนำลมอัดไปใช้การ

ลมที่ออกจากเครื่องอัดลมจะมีอุณหภูมิที่สูงถ้านำลมอัดไปใช้การเลยก็จะทำให้อุปกรณ์ต่างๆเกิดความชำรุดหรือมีอายุการใช้งานที่สั้นลงได้       ฉะนั้นการระบายความร้อนให้กับลมอัดจึงต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายความร้อนของลมอัดที่ออกจาก Compressor  ซึ่งในรถจักรดีเซลนั้นใช้ เครื่องระบายความร้อน(Air Cooler) แบบใช้พัดลมเป่าระบายความร้อนซึ่งเหมือนกับ  การระบายความร้อนของหม้อน้ำรถยนต์
                ลมอัดที่มีอุณหภูมิสูงเมื่อผ่านการระบายความร้อน โดยไหลผ่านไปตามท่อภายในครีบ โดยใช้พัดลมเป่าทำให้ความร้อนนั้นกระจายออกสู่ภายนอก อุณหภูมิของลมอัดก็จะลดลง โดยทั่วไปจะมีค่าอยู่ประมาณ 40oC  ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ส่วนควบหรือความยาวของตัวท่อ
                ในรถจักร  GEA    เครื่องระบายความร้อน(Air Cooler) มีการทำงาน 2 Stage ซึ่งเมื่อผ่านการระบายความร้อนที่Stageแล้วจะอัดลมอัดกลับเข้าสู่ Compressorอีกครั้ง แล้วจึงส่งลมอัดมาระบายความร้อนเครื่องระบายความร้อน(Air Cooler)อีก Stage หนึ่ง
                เมื่อลมอัดผ่านการระบายความร้อนในระดับหนึ่งแล้วก็จะส่งลมอัดไปไล่ความชื้นที่ เครื่องทำให้อากาศแห้ง(Air Dryer)  เพื่อลดความชื้นและสิ่งสกปรกออกไปจากลมอัด
การทำงานของเครื่องทำอากาศแห้ง
                ลมอัดที่ผ่านการระบายความร้อนแล้วจะถูกส่งมาที่เครื่องทำอากาศแห้งเพื่อไล่ความชื้นและสิ่งสกปรกออกจากลมอัด ในชุดของเครื่องทำอากาศแห้งจะมี หน้าลิ้นปิด-เปิดเพื่อระบาย สิ่งสกปรกออกจากลมอัด    โดยใช้ระบบไฟฟ้ามาควบคุม หน้าลิ้นโดยการสั่งการของ TIMER เป็นจังหวะ ในขณะที่Compressor ทำงานหรือหยุดทำงาน การไล่ความชื้นหรือสิ่งสกปรก จะผ่านกระบวนการดูดซับความชื้นจากสารดูดความชื้น และการอัดลมที่ความดันสูงภายในอุปกรณ์เครื่องทำอากาศแห้ง ขณะที่มีการระบายสิ่งสกปรกออกไป

 

 

SALEM975-110 TWIN TOWER
AIR DRYER FILTER SYSTEM
WITH PRECOALESCER

รูปที่ 1 Salem 975 Twin tower Air Dryer Filter systemแสดงทางเดินระบบลม

การทำงาน
                Salem 975 Twin tower Air Dryer Filter system. ติดตั้งอยู่ระหว่างถังลม MR1 และถังลม MR2ทำหน้าที่ในการทำให้ลมอัดที่สร้างขึ้นจาก Compressor ซึ่งมีความชื้นอยู่นั้น ให้เป็นแรงดันลมที่แห้งหรือมีความชื้นที่ต่ำและสะอาด เพื่อนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะส่งไปเก็บไว้ที่ถังลม MR2 และยังสามารถจำกัดและระบายสิ่งสกปรกต่างๆที่แยกออกจากแรงดันลมอัด ระบายทิ้งออกสู่ภายนอกได้อีกด้วย
                เมื่อ Compressor เริ่มทำการอัดลมเข้าสู่ระบบ แรงดันลมอัดจะถูกส่งมาเก็บที่ถังลมMR1 และจะถูกส่งมาที่ AIR Dryer (ดูรูปที่1) ลมอัดจากถังลม MR1 จะถูกส่งผ่านชุด Precoalescer โดยจะมี Precoalescer อยู่ภายใน Sump Cap. เพื่อรอการระบายออกสู่ภายนอก  จากนั้นลมอัดที่ถูกผ่านกรองทำความสะอาดแล้วก็จะไหลผ่านหน้า Valve ของชุด Inlet Check Valve ทั้งด้านซ้าย และด้านขวา จากนั้นจะไหลผ่าน Desiccant ซึ่งภายในบรรจุสารเคมีเพื่อดูดความชื้นออกจากลมอัด ความชื้นจะถูกควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าอากาศก็จะตกสู่ส่วนล่างและผ่าน Coalescer ที่อยู่ส่วนล่างเพื่อดักสิ่งสกปรกของเหลวก็จะตกอยู่ภายใน Sump Cap เพื่อรอการระบายออกสู่ภายนอก ลมอัดที่แห้งจะไหลผ่านชุด Outlet Check Valve ทั้งด้านซ้ายและขวา ไหลตามท่อมารวมกันก่อนเข้าประจุในถังลมMR2
                เมื่อแรงดันลมอัดที่แห้งแล้วที่จะเข้าประจุในถังลม MR2                 มีแรงดันสูงขึ้นจนถึงพิกัดที่ตั้งไว้ (80-100 lbหรือ 36.29-45.36 kg) Pressure switch ที่ติดตั้งไว้ภายในท่อก่อนเข้าถังลม MR2 จะต่อทางไปให้ชุด Timer and circuit Board ทำงาน โดยจะจ่ายกระแสไฟไปที่ Solenoid valve ด้านขวา เมื่อ Solenoid Valve ได้รับกระแสไฟเลี้ยงจะทำการดูดหน้า Valve เลื่อนลงด้านล่าง ลมอัดซึ่งอยู่บริเวณหน้า Valve ของ Solenoid Valve จะถูกถ่ายออกจาก Solenoid Valve เรียกว่า Actuating Air จะไหลเข้ามากดชุด Piston ภายใน Purge Valve ของ Desiccant(สารเคมีทำให้แห้ง) และ Precoalescer เพื่อเปิดหน้า Valve ระบายน้ำและสิ่งสกปรกออกสู่ภายนอก และลม actuating Air ก็จะไปกด Piston ของชุด Inlet check valve ด้านขวา ปิดทางลมอัดไม่ให้ผ่านเข้าชุด Desiccant ด้านขวาได้ ดังนั้นลมอัดที่อยู่ภายใน Desiccant ด้านขวาจะถูกปิดกั้นอยู่ภายใน Desiccant โดย Inlet check valve และ Outlet Check vale
                ในขณะเดียวกันลมอัดที่ผ่าน Desiccant (สารเคมีทำให้แห้ง)ด้านซ้าย ซึ่งเป็นลมอัดที่แห้งจะไหลผ่านรูเล็กๆ ด้านบนของชุด Desiccant(สารเคมีทำให้แห้ง) ด้านซ้ายไหลผ่าน Regenerating orifice ผ่านเข้ารูด้านบนของชุด Desiccantหรือชุด Compactor อัดอากาศ ซึ่งจะได้อธิบายในหัวข้อต่อไป   ด้านขวาเพื่อเพิ่มแรงดันอัดอากาศให้ระบายน้ำและสิ่งสกปรกที่อยู่ด้านล่างของ Desiccant ด้านขวา ออกสู่บรรยากาศภายนอก
                เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 60 วินาที และ compressor ยังทำงานอัดลมอยู่ชุด Timer and circuit board จะตัดกระแสไฟที่ไปเลี้ยง Solenoid valve ด้านขวาทำให้ลูกลิ้นภายใน Solenoid valve ด้านขวาถูกดันขึ้นด้วย Spring  ด้านล่างของ Solenoid Valve ต่อทางลมของ Actuating Air ให้ไหลออกจากระบบทิ้งสู่บรรยากาศภายนอกทางท่อ Solenoid Exhaust Port ทำให้ลม Actuating Air ที่เข้าไปกด Piston ของ Inlet Check valve,Purge valve ของ Precoalescer และ Desiccant ถูกระบายทิ้งภายนอก ลมอัดจาก Precoalescer จึงไหลผ่านหน้า Valve ของ Inlet Check valve ด้านขวาผ่าน Desiccant และ Out let Check vale ด้านขวาเพื่อเข้าประจุในถังลม MR2ได้และ Purge valve ของ Precoalescer และ Desiccant ด้านขวาจะปิด Valve ไม่ให้ลมอัดระบายทิ้งสู่บรรยากาศภายนอกได้

ในขณะเดียวกัน Timer and circuit Board จะจ่ายกระแสไฟไปที่ Solenoid valve ด้านซ้าย Solenoid valve จะถูกจ่ายออกเป็นลม Actuating Air จ่ายออกไปดัน Piston ของ Purge valve ของ Desiccant ด้านซ้ายให้ระบายสิ่งสกปรกและน้ำออกสู่บรรยากาศภายนอก และลม Actuating Valve จะไปกด piston ของชุด Inlet check valve ด้านซ้ายให้เลื่อนลงปิดหน้า Valve ไม่ให้ลมอัดจาก Percoalescer ไหลผ่านเข้าชุด Desiccant ด้านซ้ายได้
                ลมอัดซึ่งอยู่ภายใน Desiccant ด้านซ้ายจะถูกปิดกั้นอยู่ภายใน Desiccant โดย Inlet check Valve และ Outlet Check Valve ลมอัดที่ผ่าน Desiccant ด้านขวา ซึ่งเป็นลมอัดที่แห้งจะไหลผ่านรูเล็กๆ ด้านบนของชุด Desiccant ด้านขวาไหลผ่าน Regenerating orifice ผ่านเข้ารูด้านบนของชุด Desiccant ด้านซ้าย เพื่อเพิ่มแรงดันอัดอากาศให้ระบายน้ำและสิ่งสกปรกที่อยู่ด้านล่างของ Desiccant ด้านซ้ายออกสู่บรรยากาศภายนอก และจะทำงานจนเวลาประมาณ 1 นาที Timer and circuit Board ก็จะตัดกระแสไฟที่ไปเลี้ยง Solenoid Valve ด้านซ้าย
                ทำให้ลูกลิ้นภายใน Solenoid Valve ด้านขวาถูกดันขึ้นด้วย Spring ด้านล่างของ Solenoid Valve  และจะต่อทางลม ของ Actuating Air ให้ไหลออกระบายทิ้งสู่บรรยากาศภายนอกทางท่อ Solenoid Exhaust Port ทำให้ลม Actuating Air ที่เข้าไปกด Piston ของ Inlet Check valve ,Purge valve ของ Desiccant ด้านซ้ายระบายทิ้งภายนอก ลมอัดจาก Precoalesccr จึงไหลผ่านหน้า Valve ของ Inlet Check valve ด้านซ้ายผ่าน Desiccant และOutlet Check Valveด้านซ้ายเพื่อเข้าประจุลมในถังลมMR2 ได้ ซึ่ง Solenoid valve จะทำงานสลับกันไปมาครั้งละประมาณ 1 นาทีโดยการสั่งการของ Timer and Circuit Board จนกระทั่ง compressor หยุดทำงานเมื่อพิกัดลม MR มีแรงดันได้ตามพิกัดแล้ว ชุด Timer and circuit Board จะหยุดจ่ายกระแสไฟให้กับ Solenoid Valve ทั้ง 2 ด้าน และจะเริ่มทำงานต่ออีกครั้ง เมื่อ Compressor เริ่มทำงานใหม่ครั้งต่อไป

การทำงานของ Outlet Check Valve และ Inlet Check Valve
                การทำงานของชุด Outlet Check ValveและOutlet Check Valve ผู้เรียบเรียงจะได้แสดงการทำงานของSolenoid Valve ในการทำงานแต่ละจังหวะเพื่อให้ผู้อ่านได้เห็นลักษณะการทำงานในขณะที่ Compressor ทำงาน หรือในช่วงที่ Compressor หยุดการทำงาน ในแต่ละช่วงซึ่งสอดคล้องกับการสั่งการชุด Timer and circuit Board ดังนี้

1.ในขณะที่Compressor ยังไม่ทำงาน Solenoid Valve ที่ชุด Outlet Check Valveจะไม่มีการทำงานใดๆและ ที่หน้าValve Seat ปิดสนิท

2.เมื่อ Compressorทำงาน ท่าCut In ลม MR .ที่ผ่านชุด PreCoalescer จะแยกออกไปทางด้านซ้ายและขวาของชุดOutlet Check Valve เพื่อไปกด  Valve Seat ให้ชนะแรงดัน Springเปิดทางลม MRทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเข้าไปรอที่ห้องเหนือ  Solenoid Body

3.จนกระทั่ง พิกัดแรงดันลม MR. ถึง 80 lb   Pressure Switch ทำงาน ต่อทางไฟ  ไปให้ชุด Timer and circuit Board ทำงาน โดยจะจ่ายกระแสไฟไปที่ Solenoid valve ด้านที่ Timer and circuit Boardสั่งการ  เมื่อSolenoid Valve ได้รับกระแสไฟเลี้ยงจะทำการดูดหน้า Plunger เลื่อนลงด้านล่างชนะแรงดันSpring ภายใน Plunger เลื่อนลง

4.ลมอัดซึ่งอยู่บริเวณหน้า Valve ของ Solenoid Body จะถูกส่งออกจาก Solenoid Valve เรียกว่า Actuating Air จะไหลเข้ามากดชุด Piston ภายใน Purge Valve ของ Desiccant   และ  Precoalescer เพื่อเปิดหน้า Valve ระบายน้ำและสิ่งสกปรกออกสู่บรรยากาศ และลม actuating Air ก็จะไปกด Piston ของชุด Inlet check valve เพื่อปิดทางลมตามหัวข้อที่กล่าวมา

 

จะเห็นได้ว่า ในขณะที่ Compressor ทำงาน จะมีลมMR. มากดเปิดValve Seat ที่Outlet Check Valve มารอบริเวณเหนือ Solenoid Body จนกระทั่งPressure Switch ต่อทางไฟฟ้าให้ Timer and Circuit Board จ่ายไฟให้ Solenoid เกิดอำนาจสนามแม่เหล็กดูดPlunger เลื่อนตัวลง ชนะแรงดันSpring เปิดทางลมMR ที่มาคอยอยู่เหนือ Solenoid Body เข้ามาที่ภายในแล้ว ส่งลม MR (Actuating Air ) ไปที่ Purge Valve ,Drain Valveเพื่อระบายความชื้น    และที่ Inlet Check Valve เพื่อปิดทางลม MR จาก Precoalescer  ไม่ให้เข้ามาที่ Desiccant ในขณะที่กำลังระบาย สิ่งสกปรกคราบน้ำมัน  ความชื้น ออกจาก Desiccantและเป็นการป้องกันไม่ให้ พิกัด ลม MR ลดลงต่ำในขณะที่มีการ Drain อยู่   จนกว่าที่ Timer and Circuit Board จะหยุดจ่ายไฟให้กับชุด Solenoid Valve จึงจะเปิดทางลม MR มาที่ Inlet Check Valve อีกและสั่งการตามวัฐจักรการทำงานต่อไป

การทำงาน(ระบบไฟฟ้า)

                จากรูปที่ 2 ที่จุด Connector Power in จะมีสายไฟ 3 เส้น คือ สีดำ หมายถึงจะได้รับไฟ +74 VDCคงที่ตลอดเวลา จ่ายไปรอที่ Pressure switch สายไฟสีขาวจะเป็นสายลบของวงจร และสุดท้ายสายไฟสีฟ้าจะได้รับไฟ +74 VDC และสายลบสีดำและสีขาวจะถูกต่อเข้าไปที่ Heater จำนวน 3 ตัว โดยต่อขนานกันติดตั้ง Heater ที่ชุด Purge Valve จุดประสงค์เพื่อให้น้ำที่อยู่ภายใน Sump Cap และที่หน้า Valve ของ Purge Valve ที่อาจจับตัวเป็นน้ำแข็งให้ละลายกลายเป็นของเหลวเพื่อที่จะได้ระบายออกสู่บรรยากาศภายนอกได้สะดวกขึ้น
                เมื่อแรงดันลมอัดก่อนเข้าถังลม MR ถึงพิกัด(80-100 lb หรือ 36.29-45.36 Kg)Pressure Switch จะต่อทางไฟ +74 VDC ที่มารอผ่านเข้าไปในแผงวงจร ผ่านชุด Blocking Diode จากนั้นไฟ +74VDC จะถูก Zener diode(V1 และ D2)ควบคุมแรงดันให้ลดลงเหลือ 24VDC และ Regulator 7812 จะควบคุมแรงดัน จาก 24VDCให้ลดลงเหลือ 12 VDC เพื่อนำไปใช้งานในวงจร(ดูรูปที่ 3) หลังจากที่วงจรได้รับไฟ +74 VDC แล้วลดแรงดันเหลือ 12 VDC แล้ว Relay Ry2 จะทำงานเพื่อต่อเตรียมทางไฟให้กับขา Contact ของ Relay RY1 ซึ่ง Timer and Circuit Board ชุดนี้จะมี IC MC14541 ซึ่งเป็น IC สำเร็จรูปในตระกูล Programmable Timer มีหน้าที่สำคัญในการควบคุมสัญญาณด้าน Out Put(ขา8)เพื่อเป็นสัญญาณไปควบคุมขา B ของ Transister Q1 เพื่อทำให้ Relay RY1 ทำงาน หรือไม่ทำงานโดยจะนับเวลาเป็นเลขฐาน 2 ซึ่งจะนับเวลาเป็นจำนวนเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบวงจร Oscillator ที่ป้อนให้กับขาที่ 1,2,3 ของ IC และการกำหนดสถานะต่างๆที่จ่ายให้กับด้าน Input ของ IC ตัวนี้  (ดูข้อมูลได้จาก Data Sheet)

จากวงจรในรูปที่ 3 สามารถกำหนดให้ IC ทำการนับเวลามากหรือน้อยได้นั้นสามารถปรับแต่งได้ที่ Resister ปรับค่าได้ R4 ซึ่งทางบริษัทฯได้ปรับตั้งไว้ที่ประมาณ 1 นาที เมื่อ Compressor ทำงาน ACR1 หรือ ACR2 จะถ่ายสัญญาณ +74 VDCเข้า Connector เป็นสายไฟสีฟ้า ขั้ว B ของ Conncetor(ดูรูปที่ 3)ไฟ +74 VDC เข้าขั้ว B แยกออกเป็น 2ทาง ทางแรกจะผ่าน Contactor ของ Relay RY2 ซึ่งต่อเตรียมทางให้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วผ่านเข้า Contact ของ Relay RY1 ในสถานะยังไม่ทำงาน(NC)ซึ่งจะต่อไปที่ขั้ว + ของ Solenoid valve หากดูรูปที่ 1 จะเป็น Solenoid valve ด้านขวา ทำให้ Solenoid valve ด้านขวาทำงาน ไป+74 VDC อีกทางจะจ่ายเข้าผ่าน Diode D6 เข้าชุด Oscillator เพื่อให้วงจร Oscillator จ่ายสัญญาณควบคุมเข้าสู่ IC เพื่อเริ่มนับเวลาต่อไป

 

                เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 60 วินาที และ Compressor ยังทำงานอยู่ IC 14541 จะจ่ายสัญญาณOut Put ออกขา 8 ของตัว IC จ่ายสัญญาณเข้าขา B ของ Transister Q1 เพื่อให้ Relay RY1 ทำงาน Contact ของRelay RY 1 จะเปลี่ยนทางไฟไปที่ตำแหน่งNO ซึ่งจะต่อทางไฟไปที่ขั้วบวก ของ Solenoid Valve ด้านซ้าย(ดูรูปที่1) ทำงาน   และของ Solenoid Valve ด้านขวาจะหยุดทำงาน  และจะทำงานไปจนถึง 60 วินาที IC ขา 14541 จะหยุดจ่ายสัญญาณที่ขา 8 ของ ตัว IC เป็นผลให้Relay RY1 ไม่ทำงาน Solenoid Valve ด้านขวาจะกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง ซึ่ง Solenoid Valve จะทำงานสลับกันไปมาในช่วงที่ Compressor ทำงาน สัญญาณไฟ +74 VDC ที่ขาเข้า B ของวงจร จะไม่มีไฟ   ซึ่งจะทำให้ไม่มีไฟ ไปเข้า Solenoid Valve ทั้ง 2ตัว และ Solenoid Valve จะทำงานอีกครั้งเมื่อ Compressor เริ่มทำงานใหม่
                จุดเด่นของวงจรนี้จะสามารถจะคงสถานะครั้งสุดท้ายได้หากมีการหยุดจังหวะการนับเวลา ยกตัวอย่างเช่นขณะที่ Compressor ทำงาน Solenoid Valve ด้านขวาทำงานไปได้ 30 วินาที เมื่อแรงดันลม MR ถึงพิกัด Cut Out ทำให้ Compressor หยุดทำงานเป็นผลให้ Solenoid Valve ด้านขวาหยุดทำงานด้วย   เมื่อแรงดันลม MR ต่ำลงถึงพิกัด Cut In   Compressor เริ่มทำงานใหม่ วงจร Timer and Circuit Board จะสั่งการให้ Solenoid Valve ด้านขวาทำงานต่ออีก 30 วินาที จึงครบ 60 วินาที แล้วจึงสั่งการให้ Solenoid Valve ด้านซ้ายทำงานต่อ กรณีที่ไฟ+74 VDC ที่จ่ายให้สายไฟสีดำไม่มีไฟ เช่น การนำMain Switch ไว้ตำแหน่ง Off เมื่อไม่ใช้งานรถจักร และจะนำรถจักรมาใช้การใหม่ เมื่อ Main Switch ไว้ตำแหน่งท่า ON  วงจร Timer and Circuit  board จะเริ่มนับเวลาเริ่มต้นใหม่โดย   เริ่มจ่ายไฟให้Solenoid Valve ด้านขวาก่อน(ดูรูปที่ 1)  จนครบ 1 นาที จึงจะให้ Solenoid Valveด้านซ้ายทำงานต่อโดยไม่ได้จำสถานะครั้งสุดท้ายก่อนที่จะนำ Main Switch ไว้ที่ ตำแหน่ง Off  ว่า Solenoid Valve ทำงานอยู่ด้านใด

Desiccant Compactor
                การอัดอากาศภายใน  ชุด Air Dryer ส่วนหนึ่งคือ Desiccant Compactorซึ่งประกอบติดอยู่กับชุด   Desiccant    Canister หรือชุดกำจัดสิ่งสกปรกออกจากลม โดยมีสารเคมีเม็ดกลม ภายในตัวเรือน
ของ Desiccant Compactorที่ทำให้อากาศที่อัดผ่านแห้งและสะอาด ในการอัดอากาศนั้น Desiccant Compactor  จะมีการทำงานอัตโนมัติ ในขณะที่ Compressor สร้างลม MR. และสามารถที่จะรักษาระดับลมที่ไปดันสิ่งสกปรกให้คงที่ได้จนกว่า จะครบรอบการทำงาน ตาม กำหนดเวลาของ     วงจรทางอีเลคทรอนิค Timer and Circuit  Board
                แรงดันลมMR . ที่อัดเข้าสู่ ลมผ่านลูกสูบภายใน Desiccant Compactor จะเพิ่มกำลังอัดขณะที่เคลื่อนที่ผ่านสารเคมีของ Coalescer ก่อนที่จะไประบายทิ้งผ่าน Purge Valve คุณสมบัติของสารเคมี ขณะที่มีความชื้นผ่านนั้น จะไม่ทำให้เกาะติดกัน แต่ลมสามารถผ่านไปได้ซึ่งทำให้การทำงาน ของ Desiccant Compactor สามรถทำงานได้อย่างปกติ

 

การทำงาน
                1.ลมอัดที่ผ่านการทำให้แห้งจากการระบายแล้วจะส่งลมขึ้นด้านบนจาก ด้านซ้ายหรือขวาของตัวเรือนAir Dryer โดยที่ลม ที่แห้งสะอาด จะเข้าสู่Desiccant Compactor ทางช่อง Inlet Check Valve โดยมีลิ้นกันกลับป้องกันลมย้อนอีกทางหนึ่ง หลังจากที่ลมอัดผ่านลิ้นกันกลับแรงดันลมที่เข้ามาจะไปดันลูกสูบให้เคลื่อนที่ต่ำลง  อากาศที่แห้งจะมาอยู่บริเวณเหนือลูกสูบภายในชุดDesiccant Compactorจะมีแรงดันเพิ่มขึ้นจนถึง 300lb(136.08 Kg.)  เพื่อเตรียมที่จะระบายสิ่งสกปรก น้ำ น้ำมันออกจาก ชุด Air dryer ทิ้ง โดยที่แรงดันจะคงที่  จนกว่าจะมีการอัดลมผ่านเม็ดสารเคมี แม้ว่าลูกสูบจะเลื่อนลงอยู่ในระดับไหนก็ตาม
                2. เมื่อ Solenoidเปิดทางลม มาสั่งการ ที่ Purge valve ของชุด Air dryer ในด้านที่ชุด   Desiccant    Canister ทำงาน เมื่อPurge valve ทำงานระบายสิ่งสกปรกโดยมีลม แรงดันสูง ของชุด Desiccant Compactor  ทำให้สิ่งสกปรกที่อยู่ที่ Sump Cap ระบายออก สู่บรรยากาศ เมื่อมีการระบายสิ่งสกปรกออกมาจากตัวเรือนแล้ว ก่อนที่ลูกสูบจะเลื่อนขึ้น แรงดันลม อัดบนเม็ดสารเคมีจะไปดัน Inlet Check Valve ให้ดันก้านให้เคลื่อนที่ปิด และไปดันก้านด้าน Vent Stem เปิดทางลม เพื่อไปที่ Desiccant Compactorอีกด้านหนึ่ง รอการอัดอากาศระบายสิ่งสกปรกต่อไป  การถอดชุด Desiccant Compactor จะใช้ ไขควงเข้าไปขัดที่แกน ด้านบนและหมุนทวนเข็มนาฬิกาซึ่งสามารถถอด Desiccant    Canister ได้โดยง่าย

การตรวจสอบการทำงานของชุด AIR DRYER
1.ตรวจสอบการทำงานของ Compressor ต้องมีพิกัดลม MR.ไม่ต่ำกว่า 110 PSI   (7.74 Kg/cm2)
2.ขณะที่ Compressor ทำงานสร้างลม MR.ให้ตรวจสอบการทำงานของ AIR DRYER ว่ามีการทำงานปกติหรือไม่  มีการระบายน้ำ,น้ำมันผ่านDrain valve ต้องปกติ โดยมีการระบาย น้ำ,น้ำมัน สลับกันจนกว่า Compressor จะตัดการทำงานใน หนึ่งจังหวะการทำงานของ Air Dryer

3.ตรวจสอบ Humidity  Indicatorถ้าแสดงว่าเป็นสีฟ้า (Blue Color) แสดงว่าสารเคมียังมีคุณสมบัติในการกักความชื้นและสิ่งสกปรกได้อยู่ แต่ถ้าแสดงเป็น สีขาวหรือเหลือง(White Color,Yellow Color) แสดงถึงว่า ต้องเปลี่ยนสารเคมี เนื่องจากหมดอายุ หรือ ตรวจสอบอุปกรณ์ส่วนควบของระบบการระบายความชื้นออกจากอากาศเช่นAutomatic Drain ที่ถังลม MR 1 ว่ามีการระบายเป็นปกติหรือไม่ถ้าไม่มีการระบายให้ถอดAutomatic Drain ออกตรวจแก้ไขต่อไป

4.กรณีที่ไม่มีการระบายอากาศทิ้งที่ Drain Valve ขณะที่ Compressor สร้างลม MR อยู่นั้นให้ผู้ตรวจสอบ ดับเครื่องยนต์ เพื่อให้ Compressor หยุดการสร้างลม MR แล้ว ตัดท่อลมที่ออกจากชุด Outlet Valve ที่มาเข้า Purge Valve ของชุด Desiccant Compactor เพื่อตรวจสอบการทำงาน  เมื่อทำการติดเครื่องยนต์ เพื่อให้ Compressor ทำงาน ขณะที่ Compressor ทำงานจะต้องมีลมผ่านออกมาจาก Outlet Check Valve  มาเข้าที่ Purge Valveเพื่อ ทำการระบาย สิ่งสกปรก น้ำ,น้ำมัน ที่ Sump Capออกจาก Desiccant Compactor ถ้าไม่มีลมมาให้ตรวจสอบการทำงานของ Pressure Switch  ว่าได้ต่อทางไฟให้ชุด Timer and Board ต่อไป

4.ตรวจสอบการทำงาน ของ purge Valve ที่ติดตั้งอยู่ที่ชุด Desiccant Compactorทั้งสองตัวและDrain Valve ที่ Precoalescer  ว่ามีการระบายปกติหรือไม่หลังจากที่มีลม MR มาดันชิ้นส่วนภายในแล้ว ถ้าไม่มีการ ระบาย หรือมีลมรั่วออกที่รูระบายให้ถอด purge Valveหรือ Drain Valve ออกตรวจสอบทำความสะอาดหรือเปลี่ยนอะไหล่ต่อไป

 

5 .กรณีที่ Pressure Switchไม่ต่อทางไฟฟ้า ให้ สาเหตุอาจเกิดจาก ไม่มีลม MR  ไปดันPressure Switch ให้ตรวจสอบท่อลมที่เข้ามาที่ชุด Pressure Switch ว่า อุดตัน หรือไม่    ถ้าอุดตัน ให้แก้ไขท่อทางเดินของ ลม MR

6..ตรวจสอบการทำงานและสภาพของชุด  Solenoid Assembly ต้องไม่มีคราบน้ำถ้ามีคราบน้ำให้ถอดชุด Solenoidออกจาก Out let Check Valve เปลี่ยน อะไหล่ และทำความสะอาด

การถอด Purge Valve
                ในอุปกรณ์หลักที่สำคัญแล้ว Purge Valve ,Drain Valve เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่หลักในการระบายสิ่งสกปรกออกจาก ชุดอุปกรณ์ Air Dryer การถอด Purge Valve เพื่อตรวจสอบทำความสะอาด จากรูปที่ 14   เพื่อสามารถทำให้ Air Dryer ระบายได้ อย่างเป็นปกติ พนักงานผู้เกี่ยวจะต้องตรวจสอบการทำงานและการทำวาระตามรายการ เนื่องจากถ้า Purge Valve ,Drain Valve ขัดตัวหรือลมอัดรั่วออกรูระบายตลอดเวลา   จะทำให้การะบายสิ่งสกปรกจาก Desiccant Compactor ไม่สามารถทำได้
                ในกรณีที่ Desiccant CompactorและPrecoalescer ไม่สามารถที่จะระบายน้ำ,คราบน้ำมันที่สะสมอยู่ใน Desiccant CompactorและPrecoalescerได้เนื่องจาก Purge Valve และ Drain Valve ก็จะส่งผลให้ลมอัดที่ผ่าน Air Dryer มีน้ำปะปนอยู่กับลมอัด แม้ว่า Automatic Drain ที่ถังลมMR จะระบายอยู่ก็ตามก็จะเกิดการสะสมของน้ำที่ถังลม MR ตลอด ส่งผลเสียกับระบบอุปกรณ์ห้ามล้อและระบบไฟฟ้าได้

การถอด Solenoid Valveของชุด Outlet Check Valve

            Solenoid Valve  Outlet Check Valve เป็นอุปกรณ์ที่ส่งลมอัดแห้ง(ลมMR)โดยการควบคุมของTimer and Circuit Board ไปยังถังลม MR 2 และชุด Purge Valve และ drain valve  ของ Desiccant CompactorและPrecoalescer เพื่อระบายความชื้น  กรณีที่ Purge Valve และ drain valve  ไม่สามารถระบายน้ำ,คราบน้ำมันได้ เมื่อลมอัดที่ส่งผ่านชุด Solenoid Valve  Outlet Check Valveจึงมีน้ำปะปนอยู่ส่งผลให้น้ำรั่วไหลลงสู่  Timer and Circuit Boardได้ ทำให้อุปกรณ์ชำรุดเสียหาย พนักงานที่เกี่ยวต้องหมั่นตรวจสอบการทำงานของPurge Valve และDrain Valve ว่ามีการระบายเป็นปกติหรือไม่  และตรวจสอบValve Seat,O’ring ของชุด Solenoid Valve  ว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่เพราะอุปกรณ์ดังกล่าวเมื่อหมดอายุการใช้งาน   จะทำให้อุปกรณ์ส่วนควบชำรุดเสียหายอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

                                                                 คณะทำงาน Knowledge Management ฝ่ายการช่างกล

                                                                           Fax.022204524 Tel.8242254  tandast@hotmail.com