บปก.รถโบกี้ปั้นจั่นกล       บปก.รถโบกี้ปั้นจั่นกล      บปก.รถโบกี้ปั้นจั่นกล    ในประเทศไทย
       รถเครนที่่ยังใช้อยู่ใน การรถไฟฯ ปัจจุบันถึงแม้ว่า
บางคันจะมีอายุการใช้งานรุ่น คุณปู่แต่ทางการก็ได้บำรุง รักษาซ่อมแซมมาตลอดเพื่อ
ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ
งาน


รถปั้นจั่นกลของการรถไฟฯ

รถเครนของเอกชน
รถเครนของการรถไฟ
     การรถไฟมีรถปั้นจั่นไว้สำหรับการกู้ภัยโดยเฉพาะ
เช่นกรณีขบวนรถตกราง ไ่่ม่ว่ารถจักรตกราง หรือรถพ่วง ตกราง หากไม่สามารถใช้อุปกรณ์ หรือ วิธีอื่นใดเช่น ช้อนราง แม่แรง หรือแม้กระทั่งรถเครน ซึ่งเป็นรถยกของ เอกชนเข้าถึงพื้นที่ที่จะยกรถได้ รถปั้นจั่นจึงมีความจำเป็น ที่สุด และยิ่งถ้ารถตกรางแล้วกีดขวางการเดินรถ จะทำให้ ขบวนรถอื่นเสียเวลาไปด้วย
       การใช้รถเครนของเอกชน ก็มีข้อดีอยู่ที่ว่า รวดเร็ว
หากในพื้นทีที่เกิดเหตุนั้น มีรถเครนของเอกชนอยู่ใกล้ๆ
และมีความจำเป็นเร่งด่วนในการกู้ภัยรถตกรางเพื่่อเปิดทาง
ให้ขบวนรถอื่นผ่านได้โดยไม่เสียเวลามากนัก เมื่อเปรียบ
เทียบกับรถปั้นจั่นของรถไฟที่จุดที่ตั้งของรถปั้นจั่นห่าง
จากจุดเกิดเหตุมากกว่า  แต่ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งก็สูงมาก

รถปั้นจั่นประจำแขวงอุตรดิตถ์

รถปั็้นจั่นประจำแขวงราชสีมาและชุมพร

รถปั้นจั่นประจำแขวงบางซื่อและทุ่งสง
            รถปั้นจั่นหรือเครน ยกรถของการรถไฟฯ มีใช้อยู่ ตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์จนกระทั่ง ถึงปัจจุบันก็ยังสามารถ ใช้การ ได้  รถยกรุ่นเก่าจะ เป็นรถที่ ขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำ ส่วนรถรุ่นต่อมาจะใช้เครื่องยนต์ ขับ  มีกำลังยกได้ตั้งแต่ 30 ตัน ถึง 60 ตัน  
      การจัดริ้วขบวน
  รถปั้นจั่นไม่สามารถเิดินได้โดยลำพังถึงจะเดินตัวเปล่าได้
ก็ต้องใช้ความเร็วต่ำ   และต้องมีพนักงานไปทำการกู้ภัย
รวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในการกู้ภัย  การจัดริ้วขบวนเป็น
ชุดเรียกว่าขบวนรถพิเศษช่วยอันตราย  ใช้รถจักรลากจูง
มีรถพ่วงประกอบด้วยรถซึ่งใช้บรรทุกเครื่องมือและสัมภาระ
ต่างๆ  รถสำหรับให้พนักงานที่ไปกู้ภัยไว้พักผ่อนขณะเดิน
ทาง  ใช้ความเร็วสูงสุดขึ็นอยู่กับระบบห้ามล้อที่ใช้ใน
ขบวนรถ  ห้ามล้อลมดูดไม่เกิน 55 กม./ชม. ห้ามล้อลม
อัดไม่เกิน 70 กม./ชม.  การใช้เวลาเดินทางขึ้นอยู่กับ
จุดที่ตั้งของรถปั้นจั่นกับจุดที่เกิดเหตุ

     

   ขบวนรถพิเศษช่วยอันตราย
จะไปทุกหนทุกแห่งเมื่อมี
เหตุรถตกราง เมื่อได้รับคำสั้ง จากเจ้าหน้าที่   ผู้ปฏิบัติงาน ในหน่วยกู้ภัยจะต้องเตรียมพร้อม เสมอและปฏิบัติหน้าที่ได้ตลอด
24 ชม.จนกว่าจะเปิดทางให้ ขบวนรถอื่นผ่านได้

    เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของการรถไฟ ส่วนมากจะเป็นพนัก
งานในหน่วยซ่อมบำรุง เพราะมีความรู้ความสามารถและความ
ชำนาญเป็นพิิเศษในเรื่องเกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกของรถไฟ
ไม่่ว่าจะเป็นเรื่องถอดแคร่ ประกอบแคร่ ล้อ เพลา ชิ้นส่วนทุก
อย่างของรถไฟ ในการนำรถที่ตกรางแล้วขึ้นมาบนรางใหม่ จะต้องมีผู้รับผิดชอบและชำนาญการในการตรวจสอบเพื่อ ความปลอดภัยทุกครั้งก่อนนำไปตรวจซ่อมต่อไป  เจ้าหน้าที่ กู้ภัยจะมีประมาณ 10 - 20 คน หรือมากกว่านี้แล้วแต่หน้า งาน  ผิดกับรถยกของเอกชนมีประมาณ 2 - 3 คน เพราะจ้าง
มายกให้พ้นจากทางรถไฟเท่านั้น

   
      ไม่ว่าฝนจะตก แดดร้อนจ้า อากาศจะหนาว  มืดค่ำดึกดื่น พวกเขาหรือที่เรียกกันในวงการรถไฟว่า หน่วย บรช. จะต้องทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย            
นั่นคือเปิดทางให้ขบวนรถอื่นผ่านได้โดยเร็วที่สุด ไม่เพียงแต่หน่วย บรช.เท่านั้น ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงานในการรถไฟทั้งระดับบนและล่าง   ต้องประสานงานกับหน่วย บรช.ทั้งสิ้น และบางครั้งเหตุอันตรายที่เกิดขึ้น ยังต้องมีผู้เกี่ยวข้องระดับท้องถิ่นอีกด้วย เช่น ดับเพลิง เป็นต้น



.โดย...นายพัฒน์พงศ์  ขวัญยืน
คณะทำงาน Knowledge Management ฝ่ายการช่างกล    

 

คลิ๊กที่นี่